osteosclerosis

posted on 24 Jul 2009 22:27 by thiparat-jib  in knowledge

osteosclerosis

 

 

      ภาวะนี้เป็นความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ซึ่งผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์กระดูกเนื่องจาก
คนในครอบครัวสังเกตเห็นโดยบังเอิญ หรือ ตรวจพบโดยกุมารแพทย์ หรือ แพทย์ทั่วไป 
ภาวะนี้โดยนิยามทางการแพทย์ หมายถึง ภาวะที่มีกระดูกสันหลังคดมากกว่า 10 องศา จากการถ่ายภาพรังสี สำหรับความชุกของภาวะนี้ พบได้เฉลี่ยประมาณ 1%
     สาเหตุของความผิดปกตินี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีความสัมพันธ์กับหลายปัจจัย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม โดยพบว่าครอบครัวที่บิดาหรือมารดามีภาวะกระดูกสันหลังคด บุตรที่เกิดมามีโอกาสกระดูกสันหลังคดประมาณ 7-14 % นอกจากนั้นอาจเกิดจากความ
ผิดปกติของระดับฮอร์โมนบางอย่าง หรือ ความผิดปกติของระบบประสาท หรือ กล้ามเนื้อ

โรคนี้พบบ่อยในเด็กวัยรุ่นเพศหญิง มากกว่าเพศชาย ในผู้ป่วยที่มุมคดมากกว่า 30 องศา
นั้น พบเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 10 เท่า
     สิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับความเข้าใจในโรค กระดูกคดไม่ทราบสาเหตุนี้ คือการตอบคำถาม
ให้ได้ว่า การดำเนินของโรคนี้เป็นอย่างไร อันตรายหรือไม่ จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ เป็นต้น
สิ่งที่จะทำให้ตอบคำถามเหล่านี้ได้กระจ่างก็คือ การศึกษาถึง"ธรรมชาติ"ของโรคนี้ ว่าหากไม่
ได้รับการรักษา ปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติแล้วเด็กกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร
     เราเรียกการศึกษาธรรมชาติของโรคต่างๆทางกระดูกสันหลังนี้ว่า "Natural History"

      จากการศึกษาจากหลายสถาบันทั่วโลก เป็นที่ยอมรับแล้วว่า ภาวะกระดูกสันหลังคด (Scoliosis)แบบไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) 
มีธรรมชาติของโรค หรือ "Natural History" ดังต่อไปนี้
   1. ในโรคนี้ การคดมิได้เป็นแต่กำเนิด มาเริ่มต้นคดหลังเกิดออกมาแล้วตอนไหนก็ได้ พบบ่อยว่าเริ่มคดก่อนเข้าวัยรุ่น
   2. กระดูกส่วนที่คดมีได้ทั้งส่วน คอ(Cervical) หลัง (Thoracic) เอว (Lumbar) พบได้มากกว่าหนึ่งจุดในคนคนเดียวกัน
   3. องศาของความคด มีได้ตั้งแต่เป็นน้อยๆ (10-30 องศา) ปานกลาง (30-60 องศา) จนถึงรุนแรง (>60 องศา) ก็พบได้
   4. อย่างไรก็ตาม 
องศาการคดหากมีไม่ถึง 30 องศา มักไม่ก่อให้เกิดปัญหากับผู้ป่วย
 ไม่ปวดหลัง ไม่ตัวเอียง
   5. องศาของการคดเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละปี เรียกว่าเกิด Curve Progression เด็กบางคนเร็ว บางคนคดเพิ่มช้าๆ
   6. Curve Progression จะเร็วที่สุด ในช่วงที่เด็กมีความสูงเพิ่มเร็วๆ คือช่วงเข้าสู่"วัยรุ่น" หรืออายุประมาณ 12-14 ปี
      หลังจากนั้นจะหยุดหรือคดช้ามากเมื่อเข้าสู่วัย"โตเต็มวัย" หรือ Puberty หรือหยุดการคดเร็วเมื่อประมาณอายุ่ 18-20 ปี
   7. จะมีโอกาสคดเพิ่มมากหรือไม่ คดเร็วหรือคดช้า ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการดังต่อไปนี้
       7.1 บริเวณของการคด หากคดที่กระดูกระดับหน้าอก(Thoracic)มีโอกาสคดสูงกว่า คดที่ระดับเอว(Lumbar)
       7.2 อายุเมื่อครั้งแรกที่เห็นว่าคด หากเห็นเร็วเช่นเห็นตั้งแต่ก่อนสิบขวบมีโอกาสคดเพิ่มมากกว่ารายที่เริ่มเห็นตอนโต
       7.3 มุมของการคด ยิ่ง magnitude มาก ยิ่งมีโอกาสคดมาก เช่น เด็กคด30องศาย่อมมีโอกาสคดมากกว่าเด็ก20องศา
       7.4 ภาวะเติบโตของกระดูกในร่างกายเมื่อเริ่มคด(Skeletal maturity) หากยังไม่มีการปิดการโตของกระดูกใน

Ricket and osteomalacia

posted on 24 Jul 2009 12:45 by thiparat-jib  in knowledge

Ricket and osteomalacia

 

   เกิดจากภาวะที่ร่างกายขาดวิตามิน ดี เนื่องจากวิตามิน ดี มีส่วนช่วยในการ minerazation ของกระดูก ดังนั้นการขาดวิตามิน ดี จึงทำให้เกิดความผิดปกติของกระดูกดังนี้

Ricket

พบในเด็ก และพบว่ามีภาวะกระดูกอ่อน เนื่องจากการขาดวิตามินดี จึงทำให้มี แคลเซียม และฟอสฟอรัส ไม่เพียงพอ ในการสร้างกระดูก ทำให้กระดูกเปลี่ยนรูป เกิดการขาด calcification  ทำให้enchondarl bone เจริญแบบไม่สมบูรณ์

osteomalacia

พบในผู้ใหญ่ เนื่องจากการขาดของมวลของกระดูก ทำให้กระดูกบางลงแต่จะไม่พบความผิดปกติของการสร้างกระดูกแต่จะมี mineralized osteoid โรคนี้พบว่ามีความหนาแน่นของกระดูกน้อยลง ส่วนรูปร่างของกระดูกยังคงเหมือนเดิม แต่จะมีการเปราะและแตกง่าย